dot
รายชื่อคณะกรรมการผู้บริหาร
เป้าหมาย วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์
ข้อบังคับสมาคม
กฏ กติกา
หนังสือแจ้งเวียน
ข้อมูลผู้ตัดสิน
ทำเนียบผู้ฝึกสอนปันจักสีลัต
รายงานการประชุม
ทะเบียนสโมสรสมาชิก
การแข่งขันและผลฯ
ดาวน์โหลด | Download
ทำเนียบนักกีฬา
dot
สมัครสมาชิก
อีเมล:
รหัสผ่าน:
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน    bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกออนไลน์
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 3 คน
dot
bulletข้อมูลสมาชิกชมรม
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
dot
สมัครรับข่าวสารสมาคมฯ

dot


จังหวัดปัตตานี
จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดยะลา
การกีฬาแห่งประเทศไทย - Sports Authority of Thailand
สถาบันรัชต์ภาคย์
ธนาคารอิสลาม แห่งประเทศไทย
สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา
Grand Sport With Spirit, with Grand Sport
บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด


ข้อบังคับสมาคม

ข้อบังคับสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย

--------------------

ข้อ  1  ข้อบังคับนี้ เรียกว่า "ข้อบังคับสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2557”

ข้อ  2  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียนสมาคม

ข้อ 3 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการตีความในข้อบังคับข้อใดให้สมาคมเสนอปัญหานั้นให้ที่ประชุมใหญ่   วินิจฉัยและให้ถือการวินิจฉัยเป็นที่สุด

ข้อ  4   คำจำกัดความ คำในข้อบังคับนี้หมายความว่า ดังนี้   

         4.1   สมาคม หมายถึง สมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย

         4.2    คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการบริหารสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย

         4.3    สโมสรสมาชิก หมายถึง  สมาชิกสามัญ  สมาชิกวิสามัญ

         4.4    คณะกรรมการพิเศษ  หมายถึง กรรมการที่ปรึกษา  กรรมการอุปถัมภ์  กรรมการกิตติมศักดิ์   และคณะกรรมการอื่นๆ  ที่คณะกรรมการบริหารสมาคมแต่งตั้ง

        

หมวดที่ 1

ความทั่วไป

ข้อ  5  สมาคมนี้มีชื่อว่า    " สมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย "     ใช้อักษรย่อว่า     สปสท.         เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “PENCAK SILAT ASSOCIATION OF THAILAND” ใช้อักษรย่อว่า PSAT

ข้อ  6  เครื่องหมายสมาคม ลักษณะเครื่องหมายของสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย มีสัญลักษณ์  รูปนักกีฬาปันจักสีลัตอยู่ในวงรีสีเขียว ขนาบด้วยช่อชัยพฤกษ์สีเหลืองทอง ด้านบนเป็นธงชาติไทย ด้านล่างเป็นห่วงห้าสี และ อักษรย่อ PSAT  บรรจุอยู่ในกรอบแปดเหลี่ยมเส้นสีน้ำเงิน รองรับด้วยแถบนามสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย ตัวอักษรภาษาไทย และภาษาอังกฤษสีดำ

         รูปของเครื่องหมายสมาคม

 

 

รูปของเครื่องหมายสมาคม

 

ข้อ  7  สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ห้อง 6 ชั้น 15 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษาการกีฬาแห่งประเทศไทย 286 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

ข้อ  8  วัตถุประสงค์ของสมาคม

          8.1   เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ควบคุม ดูแล พัฒนา เผยแพร่ และดำเนินกิจกรรมกีฬาปันจักสีลัตภายในประเทศ

         8.2    เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินการจัดการแข่งขันภายในประเทศ โดยกำกับ ควบคุมและรับรองการจัดการแข่งขันให้มีมาตรฐาน เป็นไปตามที่สมาคมกำหนดในแต่ละระดับ สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหพันธ์ปันจักสีลัต

8.3    เพื่อพัฒนาการเล่นกีฬาปันจักสีลัตของประเทศไทย ตลอดจนพัฒนา ส่งเสริมสนับสนุน บุคลากร  ในระดับต่าง ๆ ให้มีมาตรฐาน มีความรู้ ความสามารถเพิ่มขึ้น

         8.4   เพื่อร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทยและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาตลอดจนดำเนินการประสานงานติดต่อร่วมมือกับองค์กรและประเทศต่าง ๆ ในนามประเทศไทย ในด้านกีฬาปันจักสีลัต

         8.5   เพื่อส่งเสริมให้มีสโมสรสมาชิกมาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

         8.6   เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือสโมสรสมาชิกในด้านต่าง ๆ ตามระเบียบหรือข้อบังคับ ที่สมาคมกำหนด

         8.7    เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความเป็นกลาง และไม่ให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด

 

หมวดที่ 2

สมาชิก

ข้อ  9  สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท  ดังนี้  คือ

         9.1   สมาชิกสามัญ เป็นสมาคมกีฬาจังหวัด หรือชมรมกีฬาปันจักสีลัต ตัวแทนของจังหวัดโดยสมาคม กีฬาจังหวัดให้การรับรอง หน่วยงานราชการที่เป็นนิติบุคคล หรือรัฐวิสาหกิจ สโมสรของหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ นิติบุคคลหรือสโมสรของนิติบุคคล หรือสถาบันการศึกษาและโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารสมาคมฯ

         9.2   สมาชิกวิสามัญ เป็นชมรม สโมสรทั่วไป ที่มีคุณสมบัติ นอกเหนือจากข้อ 9.1 หรือข้อ 10

       9.3    สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นบุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม  ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  เมื่อสมาคมรับสมัครสมาชิกตามข้อ 9.1 และ 9.2 เป็นสมาชิกแล้ว ให้เรียกว่า สโมสรสมาชิก 

ข้อ 10  คุณสมบัติของสโมสรสมาชิกประกอบด้วย

          10.1    มีการสอนหรือการเล่นกีฬาปันจักสีลัตเป็นประจำ

          10.2    มีสถานที่เล่นหรือฝึกซ้อม

          10.3    มีผู้ฝึกสอนรับผิดชอบในการสอน

          10.4    มีผู้รับผิดชอบสโมสร

          10.5    มีนักกีฬาหรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 คน

          10.6    มีกิจกรรมการเข้าร่วมการแข่งขันที่สมาคมเป็นผู้จัดการแข่งขันหรือรับรองเป็นประจำ


ข้อ 11   ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

         11.1 สโมสรสมาชิกสามัญ    จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 1,000 บาท

                                          และค่าบำรุงประจำปี ๆ ละ 500 บาท

         11.2 สโมสรสมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 500 บาท

                                          และค่าบำรุงประจำปี ๆ ละ 300 บาท

          11.3  สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ 12  การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ และให้เลขาธิการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวแรกที่มีการประชุม เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการ พิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบภายในสิบห้าวัน

ข้อ 13  ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงประจำปีให้เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งโดยไปรษณีย์ตอบรับ จากเลขาธิการและสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม   ภายในกำหนดก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิกและให้เลขาธิการประกาศรายชื่อ         สโมสรสมาชิกในเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

ข้อ 14 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับหนังสือตอบรับจากผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม โดยสมาชิกภาพของสมาชิก     กิตติมศักดิ์ให้สิ้นสุดลงตามวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ หรือสมาชิกกิตติมศักดิ์ถึงแก่กรรม

ข้อ 15  สมาชิกภาพของสโมสรสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

15.1  เลิกกิจการ หรือขาดคุณสมบัติตามข้อ 10 เป็นเวลา 2 ปีขึ้นไป

        15.2  ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย 

15.3    ขาดสถานภาพตามข้อ 9

15.4 ไม่ชำระค่าบำรุงประจำปี โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งสมาคมได้มีหนังสือทวงถามแล้ว ไม่น้อยกว่าสองครั้งแต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  

15.5  ไม่ส่งทีม/นักกีฬาปันจักสีลัตเข้าร่วมการแข่งขันที่สมาคมฯ จัดขึ้น หรือรับรอง เป็นเวลาสองปี ติดต่อกัน

15.6  ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสโมสรสมาชิกนั้นจงใจไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคมหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม มติที่ประชุมใหญ่ของสมาคมให้ลบชื่อออกจากทะเบียน หรือให้พ้นจากสมาชิกภาพ ให้ใช้เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ สโมสรสมาชิกที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียน หรือให้พ้นจากสมาชิกภาพหากประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ ให้ยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการสมาคมได้ เมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ถูกถอนชื่อ  

ข้อ  16  สิทธิและหน้าที่ของสโมสรสมาชิกและสมาชิกกิตติมศักดิ์

16.1  มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

16.2 สโมสรสมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละหนึ่งคะแนนเสียง

         16.3 สโมสรสมาชิกสามัญที่เป็นสมาชิกไม่ครบสองปี มีสิทธิในการออกเสียงลงมติต่างๆ ยกเว้นวาระ การเลือกตั้งนายกสมาคม

         16.4    มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งในสามของสโมสรสมาชิกทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม และร้องขอต่อคณะกรรมการ ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

         16.5  มีสิทธิเข้าใช้สถานที่และอุปกรณ์ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนด

         16.6  มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนด

         16.7    มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

         16.8  มีหน้าที่ชำระค่าบำรุงประจำปีภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี สโมสรสมาชิกสามัญที่ไม่ชำระ

                 ค่าบำรุงประจำปี มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ

         16.9    มีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารของสโมสรสมาชิก การย้ายสถานที่ทำการ  ให้สมาคมทราบภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง 

         16.10 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

         16.11 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม

         16.12 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

         16.13 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

 

หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ 17  ห้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อยเก้าคนแต่ไม่เกินสิบเก้าคน

ในจำนวนนี้ให้มีกรรมการที่มาจากสโมสรสมาชิกสามัญของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด

          การเลือกนายกสมาคมให้กระทำโดยที่ประชุมใหญ่เลือกตั้ง โดยวิธีการเสนอชื่อโดยสโมสรสมาชิกสามัญ และหากมีผู้เสนอชื่อมากกว่าหนึ่งคน ให้ลงคะแนนเสียงโดยวิธีลับ การเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกสมาคมต้องมีสโมสรสมาชิกสามัญให้การรับรองไม่น้อยกว่าสามสโมสร ผู้มีสิทธิลงคะแนน คือ สโมสรสมาชิกสามัญเท่านั้น และให้นายกสมาคมที่ได้รับเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่ แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ต่อไปตามความเหมาะสม ภายในสามสิบวัน

ข้อ 18  กรรมการของสมาคม ประกอบด้วยคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

         18.1    มีสัญชาติไทย

        18.2   มีคุณสมบัติหรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับกีฬา หรือการส่งเสริมกีฬา  ภายในขอบวัตถุประสงค์ของสมาคม

         18.3    ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

         18.4    ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

        18.5   ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

18.6 ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ออกจากกรรมการหรือคณะกรรมการ กกท.โดยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการของสมาคม อันเนื่องมาจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือกระทำการใดๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม   

         18.7  ไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมเกินกว่าสองแห่ง สำหรับตำแหน่งนายกสมาคม หรือ เลขาธิการสมาคมให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินหนึ่งแห่ง  

ข้อ 19  กรรมการของสมาคมที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกสมาคม มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่นายกสมาคมได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

การดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมเกินสองวาระติดต่อกันจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อกรรมการ

ผู้นั้น ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมต่อไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม แต่ทั้งนี้กรรมการผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมติดต่อกันเกินสี่วาระมิได้

            ความในวรรคสองมิให้ใช้บังคับสำหรับกรณีที่กรรมการของสมาคมดำรงตำแหน่งในสมาคมหรือองค์กรกีฬาระหว่างประเทศที่คณะกรรมการ กกท. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ตราบเท่าที่ยังดำรงตำแหน่งในสมาคมหรือองค์กรกีฬาระหว่างประเทศดังกล่าว

ข้อ 20  การแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม ให้สมาคม นำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนด ตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อย และก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกัน ระหว่าง คณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ 21  หากตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมภายในสามสิบวัน

ข้อ 22  ตำแหน่งกรรมการสมาคม ยกเว้นนายกสมาคมว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งบุคคลหรือสมาชิกที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น เว้นแต่บุคคลนั้นถูกมีมติให้ออกโดยที่ประชุมใหญ่ และให้ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 23  กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ

            23.1  ตาย

          23.2  ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายกสมาคม

         23.3 ขาดจากคุณสมบัติหรือสมาชิกภาพ

     23.4  ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ของสโมสรสมาชิกสามัญ  ที่เข้าร่วมประชุม

23.5    ตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

 

 

ข้อ 24  อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

24.1   มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อ ข้อบังคับฉบับนี้

         24.2  มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

        24.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

         24.4    มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

            24.5 มีอำนาจลงโทษสโมสรสมาชิกที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นการเสียหายแก่สมาคมตามความอันสมควรแก่กรณี

         24.6    มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ   ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

         24.7    มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

         24.8  มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สโมสรสมาชิกสามัญ จำนวนหนึ่งในสาม ของสโมสรสมาชิกสามัญทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอถ้าคณะกรรมการของสมาคมไม่เรียกประชุมภายในระยะเวลา สมาชิกที่เป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมจะเรียกประชุมเองก็ได้

24.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ

         24.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ  และส่งรายงานการประชุมคณะกรรมการหรือการประชุมใหญ่ทุกครั้งให้ กกท. ทราบ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันประชุม

         24.11 มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแจ้งบัญชีรายชื่อและจำนวนสมาชิกของสมาคม เพียงสิ้น วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ให้ กกท. ทราบ ภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป หากมีการ  รับสมาชิกใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อและจำนวนสมาชิกให้แจ้ง กกท.ทราบ ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่รับสมาชิกใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลง

         24.12 แจ้งรายชื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมให้ กกท.ทราบ ไม่เกินหนึ่งเดือน นับแต่มีการแต่งตั้ง

         24.13 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสมาคม พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2528 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวกับสมาคม และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ข้อ 25  กรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการ ของสมาคม

ข้อ 26 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือ  ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใด    คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 27  การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

ข้อ 28  การประชุมใหญ่ของสมาคม มี 2 ชนิด คือ

         28.1  ประชุมใหญ่สามัญ

          28.2  ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 29  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละหนึ่งครั้ง ไม่เกินเดือนเมษายน     ของทุก ๆ ปี

ข้อ 30  การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสโมสรสมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสโมสรสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 31  ในกรณีคณะกรรมการ ได้รับการร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ให้เรียกประชุมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการได้รับการร้องขอ ถ้าคณะกรรมการของสมาคมไม่เรียกประชุม ภายในระยะเวลา ที่กำหนด การเรียกประชุมตามกำหนดนี้ สโมสรสมาชิกสามัญที่เป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมจะเรียก   ประชุมเองก็ได้

ข้อ 32  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สโมสรสมาชิกได้ทราบ      เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลาและสถานที่ให้ชัดเจน ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และประกาศแจ้ง  กำหนดนัดประชุมในเว็บไซต์หรือช่องทางอื่นเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

ข้อ 33  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                33.1  ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

          33.2  รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่แล้ว

          33.3  แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

          33.4  แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สโมสรสมาชิกสามัญรับรอง

          33.5  เลือกตั้งนายกสมาคมเมื่อครบกำหนดวาระ หรือตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง

          33.6  แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี

            33.7  เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 34  ในการประชุมใหญ่สามัญ หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสโมสรสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม   ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสโมสรสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสโมสรสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ขยายเวลา     ออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาขยายออกไปแล้ว ยังมีสโมสรสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม  ไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ มีสโมสรสมาชิกสามัญจำนวนเท่าใดก็ได้เป็นองค์ประชุมยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้น จากการร้องขอของสโมสรสมาชิกสามัญก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

 

ข้อ 35  การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติ  มีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 36  สโมสรสมาชิกสามัญจะมอบอำนาจให้สโมสรสมาชิกสามัญอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน แทนตนก็ได้ โดยมีหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมสำเนาบัตรของผู้มอบอำนาจ  และผู้รับมอบอำนาจ โดยผู้รับมอบอำนาจจะรับมอบอำนาจเกินหนึ่งแห่งไม่ได้

ข้อ 37  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือ  ไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง  ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ 5

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 38  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคม    ถ้ามีให้นำฝากไว้ใน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยรายรับ รายจ่ายทั้งหมดต้องผ่านบัญชีของสมาคมเท่านั้น

ข้อ 39  การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายให้ทำการแทนนายกสมาคมลงนามร่วมกับเหรัญญิก พร้อมกับประทับตราของสมาคม  จึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ 40  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน)ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ

ข้อ 41  ห้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่า       จำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ 42  เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการตามปีปฏิทิน บัญชีงบดุลนี้ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับรองก่อนที่จะเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาให้การรับรอง

ข้อ 43  ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ 44  ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ                และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สิน   ของสมาคมได้

ข้อ 45  คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

ข้อ 46 ในกรณีผู้สอบบัญชีต้องพ้นจากหน้าที่ไม่ว่าด้วยเหตุใดระหว่างการสอบบัญชียังไม่เสร็จสิ้น       ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีคนใหม่เข้าทำการแทนได้


 

หมวดที่ 6

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ 47  ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และองค์ประชุมใหญ่         จะต้องมีสโมสรสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสโมสรสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม ของสโมสรสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และสมาคมต้องนำข้อบังคับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมไปจดทะเบียน ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสิบสี่วัน นับแต่วันที่ได้ลงมติ

ข้อ 48  การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสโมสรสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือมีเหตุตามที่กำหนดไว้  ตามกฎหมาย

ข้อ 49 เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่ หลังจากที่ได้ดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์

 

 

หมวดที่ 7

บทเฉพาะกาล

ข้อ 50  ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้ นับแต่วันที่สมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย ได้รับอนุญาตให้

ดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับ

 

*******************************************************************

 

 

                                                           

นายจงรัก  เขี้ยวแก้ว

ผู้จัดทำข้อบังคับ

 

 ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารทั้งหมดได้ที่นี้ 

 







Copyright ©2017 Pencak Silat Association of Thailand All Rights Reserved.

สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย "สปสท."

286 การกีฬาแห่งประเทศไทย อาคารเฉลิมพระเกียรติ ตึก25 ชั้น,ชั้น15 ห้อง6                          ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
โทร:02-1709472,แฟกซ์:02-1709473
อีเมล์สมาคมฯกกท.:pencaksilat2556@hotmail.com

Webmaster: psatthailand@gmail.com

Pencak Silat Association of Thailand "PSAT"

286 Sports Authority of Thailand, building 25, Floor 15, Room 6,                            Ramkhamhaeng Rd., Huamark, Bangkapi, Bangkok 10240
TEL:
02-170-9472,   FAX: 02-170-9473
Email Office Bangkok:
pencaksilat2556@hotmail.com
Webmaster: psatthailand@gmail.com


WWW  Facebook  twitter  You Tube Chanal  Email psatthailand@gmail.com